"หาหมอ" ใครว่ายาก



หลังจากเกิดอาการตกหลุมดำอยู่ประมาณหนึ่งเดือนกว่า ฉันและสามีเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว เราจึงตัดสินใจไปหาหมอกัน

ตอนแรกฉันก็ไม่ได้อยากไปหรอก เพราะรู้สึกว่ามันจะต้องมีค่าใช้จ่ายอีกมากมายตามมา และนั่นก็คงเป็นอีกประเด็นที่เราจะเอามาฝังกลบตัวเองในหลุมดำแน่ๆเลย

สามีของฉันหาข้อมูลอย่างเข้มข้มก็ได้ความว่าไปโรงพยาบาลรัฐแล้วกัน ค่าใช้จ่ายไม่แพง แต่ถ้าต้องการระบุหมอคนที่เขาหามาต้องรออีกสองเดือนแหนะ งั้นไปเพื่อประเมินอาการก่อนแล้วกัน ไม่ต้องนัด สามารถไปหาได้เลย

ฉันยังกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ตัดสินใจลางานไปกับเขาในวันรุ่งขึ้น

ตลอดทางไปโรงพยาบาล เขาจับมือฉันไว้ คอยบีบมือเพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาอยู่ตรงนี้เสมอ ฉันได้แต่เก็บน้ำตาไว้เพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นห่วงมากกว่านี้

เราตรงไปที่แผนกจิตเวชของโรงพยาบาล ก่อนจะผ่านประตูแผนก เขาถามย้ำอีกครั้ง "พร้อมนะ ไหวนะคะ" แค่คำสั้นๆก็ทำเอาฉันน้ำตารื้อ

ฉันได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

เขาจึงค่อยๆจูงมือฉันเข้าไป ตรงไปยังเค้าท์เตอร์ที่มีพยาบาลนั่งอยู่ เพื่อสอบถาม

พยาบาล : นัดไว้รึเปล่าคะ ถ้าไม่ได้นัดก็ไม่มีคิว
สามี : ไม่ได้นัดครับ เพิ่งมาครั้งแรก
พยาบาล : ไม่มีคิวก็ไม่ได้เข้าพบหมอนะ หรือจะรอวันนี้ก็ได้ แต่ต้องรอคนที่มีนัดหมดก่อน ประมาณสิบโมง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะได้นะ
สามี : งั้น ต้องทำยังไงบ้างครับ
พยาบาล : ทำบัตรรึยังคะ ถ้ายังก็ไปทำก่อนนะ แล้วค่อยมารอด้านบน

ตลอดบทสนทนา ฉันได้แต่ยืนเฝ้ามอง สามีของฉันและพยาบาลซึ่งทำหน้าเรียบตึง
นี่หรือคือหน้าของคนที่ให้บริการในหน่วย "จิตเวช"

ฉันได้แต่ยืนน้อยเนื้อต่ำใจกับการบริการแบบนี้ นี่คือไม่มีเงินแล้วยังป่วยอีก อะไรมันจะแย่ขนาดนี้

ฉันคิดสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าถ้ามาคนเดียว ฉันจะเป็นอย่างไร

หลังจากที่เดินออกมาแล้ว เขาเข้ามาลูบหลังฉันและบอกว่าไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพาไปทำบัตร ฉันได้แต่ตอบกลับไปทั้งน้ำตา

"ไม่ทำแล้ว" 
"จะกลับบ้าน" 
"ไม่อยู่แล้ว"

จบวันนั้น เราสองคนได้แต่เดินกลับบ้านกันด้วยความเงียบงัน ฉันยังไม่พร้อมรับอะไรแบบนี้

หลังจากกลับมาบ้าน ฉันตัดสินใจโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323

ระบบให้รอสายสักพัก

ฉันตัดสินใจกดสายทิ้ง

"นี่ฉันต้องคุยกับใคร" 
"ต้องไปเล่าอะไรให้ใครก็ไม่รู้" 
"ใครมันจะไปเข้าใจความรู้สึกฉัน"

แล้วคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ต้องนอนหลับทั้งน้ำตาเปียกหมอน

Comments