รีวิวหาหมอครั้งแรก | โรคซึมเศร้า

"ในที่สุดก็ได้พบหมอสักที"

ต้องขอ *เท้าความ ก่อนว่า ในบล็อกที่แล้วเคยเล่าไปแล้วว่าเราตัดสินใจไปโรงพยาบาลด้วยอาการที่คล้ายๆว่าจะเป็นซึมเศร้า แต่ก็ไม่ได้หาหมอเพราะไม่ได้นัดไว้ แล้วก็พาราน๊อยซ์กลับบ้านซะก่อน (คลิกเพื่ออ่านบทความเก่า) หลังจากวันนั้นแฟนเราก็ตัดสินใจหาข้อมูลและนัดคุณหมอท่านนึงให้ ซึ่งต้องรอประมาณสองเดือน เราก็โอเค รอก็รอ จะได้ทำใจ

ในระหว่างสองเดือนนี้เราเริ่มตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งอย่าง ไม่สนใจงานไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ถ้าไม่ใช่งานเราโดยตรงและไม่ได้มาบอกหรือassign เราโดยตรง ก็ไม่สนใจทั้งนั้น

ถ้าถามว่าแล้วดีขึ้นไหม ก็ดีขึ้นนะ เราคิดถึงเรื่องงานที่ทำให้เครียดและกดดันน้อยลง แต่ดันเกิดความรู้สึกใหม่ขึ้นมาที่ว่าก็คือ "เรารู้สึกไร้ค่า" เพราะพอเห็นคนอื่นเอางานไปทำเองแล้วเราก็น๊อยซ์อีก

หลังจากนั้นความรู้สึกก็วนเวียนไปเรื่อยๆ บางคราวก็เหมือนเป็นอากาศธาตุไปเลย

เราเลยต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านอีก ก็เลยไปเข้าคอร์สออกกำลังกายลดน้ำหนักออนไลน์คลาสนึง จ่ายไป1500 บาทแต่คอร์สไม่ค่อยโอเค(ไว้จะรีวิวให้ฟังบล็อกหน้าละกัน)​ เราก็เลยทำด้วยตัวเอง ทั้งวิ่งตอนเช้า เวทตอนเย็น และทำอาหารสุขภาพกินเอง ดูแลตัวเองมากขึ้น พอน้ำหนักเริ่มลง ก็เลยเข้าร้านเสริมสวยไปยืดวอลลุ่มอีก โอ้โห๋ ชีวิตเหมือนจะดี ร่าเริงขึ้นหน่อย เพราะเริ่มรักตัวเองมากขึ้น

เราบอกแฟนว่าเราหายแล้วแหละเราไม่ไปหาหมอได้มั้ย เค้าก็บอกว่ายังหรอก แต่ตอนนี้ยังไม่มีสิ่งใดๆมากระตุ้น เราเลยยังไม่แสดงอาการ ไปหาหมอหน่อยนะ อย่างน้อยก็ได้คุยกับหมอ

เราทั้งคู่ก็ตกลงไป

ที่เราไปเป็นคลีนิคนอกเวลาของโรงพยาบาลของรัฐฯแห่งหนึ่ง ซึ่งคุณหมอท่านนี้ประจำอยู่โรงพยาบาลเอกชนด้วย

เนื่องจากเป็นคลีนิคนอกเวลา เราก็ได้พบกับพยาบาลคนเดิม แต่ครั้งนี้พี่อารมณ์ดียิ้มแย้ม แจ่มใส่ ให้กับทุกผู้ทุกคนจนเรายังตกใจว่าคนเดียวกันเหรอเนี่ย (คลีนิคพิเศษนี่ดีจริงๆ)

พอถึงคิวเราเข้าไปพบหมอ หมอก็ทักทายทั่วไปและเริ่มถามอาการเรา (บทสนทนาต่อไปนี้ เป็นบทสนทนาคร่าวๆ เท่าที่จำได้)

หมอ​ : สวัสดีครับ เป็นอะไรถึงมาหาหมอวันนี้ครับ
เรา : อืมมมม นอนไม่หลับค่ะ
หมอ​ : ครับ อย่างเดียวเหรอคะ
เรา : ค่ะ นอนไม่หลับค่ะ

(เราตอบวนอยู่ที่คำว่านอนไม่หลับประมาณ 3-4 รอบ กว่าจะพูดคำอื่นได้)

แล้วเราก็บอกหมอว่า เครียด นอนไม่หลับ และเล่าอาการต่างๆ พื้นฐานไป

หมอก็เริ่มถามถึงประวัติส่วนตัว คนในครอบครัว และอื่นๆ และอื่นๆลึกๆขึ้น

และประโยคเด็ด
"เคยคิดว่าไร้ค่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่บ้างรึเปล่า"
เราตอบทันทีว่า "ค่ะ"
จากที่หมอกำลังจดอาการเรายิกๆ หมอเงยหน้าขึ้นมามองเรานิ่งๆ แล้วก็เริ่มถามอย่างอื่นต่อ

หมอถามว่าคนรอบข้างเราสังเกตเห็นอาการนี้บ้างรึเปล่าและเขาว่าอย่างไร
และก็ถามว่าแฟนสังเกตเห็นบ้างไหม

พอหมอรู้ว่าแฟนมาด้วยก็ขอให้เราเรียกแฟนเข้ามาคุยด้วยได้ไหม

หลังจากนี้หมอก็เริ่มคุยและถามอาการเราจากแฟน แฟนเราก็เล่าเป็นฉากๆๆๆๆ จนเราอึ้ง ว่านี่เราเป็นขนาดนี้เลยเหรอ

แล้วหมอก็ประเมินอาการเราว่า "เป็นโรคซึมเศร้า" และจะให้ยาเพื่อรักษาอาการ ก็ถามเราและแฟน แฟนเราตอบว่าได้ครับ ส่วนเราได้แต่นั่งนิ่ง จนหมอหันมาถามย้ำว่ายินดีรักษาด้วยยาหรือไม่ เราถึงตอบได้

ระหว่างนั้นหมอก็เขียนใบสั่งและขอนัดเราเพื่อดูอาการอีกสองเดือน ตอนนั้นอยู่ๆ น้ำตาเราก็หยดแหมะๆๆๆๆ จนหมอและแฟนเราหันมามอง

คุณรู้สึกอย่างไรครับ เล่าให้พวกเราฟังได้ไหม (หมอพูด)

เราเองก็ตอบไม่ได้ บอกว่าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

หมอก็เลยไม่เซ้าซี้

วันนั้นเราได้ยามาสองอย่าง เป็นยาแก้เครียดและยานอนหลับ

หลังจากกลับมาบ้านเราคุยกับแฟนเรื่องที่ร้องไห้ บอกว่าเราไม่รู้จริงๆว่าทำไมถึงร้อง แฟนบอกว่า เค้ากับหมอก็คงคิดว่าลึกๆแล้ว เราอาจจะไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า และไม่อยากกินยาก็ได้นะ

เราก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เพราะนะตอนนี้ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า ร้องไห้เพราะอารายยยยยยยย



หมายเหตุ
- เท้าความ หมายถึง การอ้างถึงข้อความที่ได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งเขียนแบบนี้ถูกแล้ว ซึ่งเขียนแบบเดียวกับ ยืนเอามือเท้าโต๊ะ  เอามือเท้าเอว

Comments